OMU News
ยุคใครยุคมันส์

ดนตรีเป็นเรื่องของยุคใคร (ยุคมันส์)

ช่วงนี้กระแสแฮชแท็ก 10yearchallenge มาแรงมาก ผู้เขียนก็เลยมานึกถึงพวกเพลงเก่า กับเพลงยุคปัจจุบันและความอินกับดนตรีที่เปลี่ยนไป

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่และ มีกระแสทั้งไทยและเทศมากมายและเป็นเรื่องที่พูดกันมานาน เกี่ยวกับที่คนยุคนี้ หรือคนยุคปัจจุบันว่าง่ายๆ ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่ตอนต้น 30+ พูดถึงว่าดนตรีเพลงสมัยนี้ ขาดเสน่ห์หรือความน่าจดจำ ไม่เหมือนเพลงสมัยก่อน ผู้เขียนก็กลับมานึกย้อน ถึงคำพูดของพ่อแม่ผู้ใหญ่สมัยก่อน เวลาเห็นเราฟังเพลงก็จะมีคำพูดเปรยๆประมาณว่า “ฟังเพลงอะไรกัน” “เพลงสมัยนี้ฟังยากไม่เหมือนเพลงสมัยก่อน” “หรือเพลงสมัยนี้มีแต่อะไรก็ไม่รู้” และอีกหลากหลายคำพูด จนส่วนตัวเราก็จะแอบนึกเถียงในใจประหนึ่งนี่คือหน้าที่ ที่ต้องปกป้องยุคสมัยของเรา และเรื่องนี้เหมือนกับว่ามันจะกลายเป็นกระจกที่สะท้อนกลับมาเมื่อถึงตาเรา(แก่)แล้วรึเปล่า?

บทสัมภาษณ์ของคุณ ชมพู สุทธิพงษ์ วัฒนจัง หรือ นักร้องชื่อดังของวง ฟรุตตี้ในตำนาน

“ยุคผมเขาก็พูดกันแบบนี้ ตอนผมเป็นนักร้องเขาก็พูดว่าเพลงยุคนี้มันไม่อมตะ คลาสสิกเท่ายุคของคุณชรินทร์ ณ วันนี้ผ่านไป 30 ปีก็คำพูดเดิม คือคนรุ่นที่เป็นผู้ใหญ่กว่ารุ่นปัจจุบัน มักจะฟังเพลงรุ่นใหม่แล้วไม่ค่อยเก็ต ผมเชื่อว่าอีก 20 ปี 30 ปีเพลงของศิลปินในยุคนี้ก็จะถูกเรียกร้องให้กลับมาเหมือนกัน เพลงเก่าที่คนบอกว่าเพราะ เนื่องจากเป็นเพลงในยุคของคนที่พูด ยุคใครยุคมัน คนที่เติบโตมากับเพลงรุ่นไหนก็รู้สึกว่าเพลงแบบนี้เป็นเพลงที่ตัวเองเข้าใจและอินกับมัน มีเรื่องราวของเราอยู่ในนั้น ตอนแรกๆ จะยังไม่รู้สึกตัวแต่พอวันหนึ่งผ่านไป หลายๆ ปีกลับมาได้ยินเพลงเหล่านั้นอีก ก็หวนนึกความทรงจำแล้วรู้สึกว่าเพลงเหล่านี้ทำให้กลับไปสู่เวลาเหล่านั้นได้” ในขณะที่ชีวิตถูกเติมเต็มด้วยเพลงเหล่านั้นแล้ว เมื่อเติบโตขึ้นมาจึงไม่มีหัวใจเผื่อให้กับเพลงรุ่นใหม่ๆ มากนัก “รุ่นใครรุ่นมัน” 

บทสัมภาษณ์ส่วนหนึ่งจาก  thairath

พอพูดถึงตรงนี้แล้วก็อดอมยิ้มเบาๆ ไม่ได้ รู้สึกว่าหรือเราจะเริ่มแก่แล้ว โอเคกลับมาต่อ เมื่อเราลองตัดการเปรียบเทียบและมองในยุคสมัยปัจจุบันจะมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ดนตรีมันเปลี่ยนแปลง

       1. องค์ความรู้

TIMELINE
TIMELINE

แน่นอนว่าดนตรีมีหลากหลายแขนง หลากหลายไสตล์  แต่ ดนตรีทุกสายก็มีรากเหง้าของมัน ที่ผ่านกาลเวลา การทดลองเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆ อาทิ ยกตัวอย่างดนตรีแนว Soul ก็มีรากมาจาก Blue ดนตรีแนว Emo มีรากมาจาก Rock หรือถ้าเอาให้ใหม่ขึ้นมาหน่อยก็ดนตรี Hip-hop ก็มีรากมาจากดนตรีดิสโก้ที่พัฒนามาจาก แนวเพลงฟังค์อีกที และพอมีเทคโนโลยีที่สร้างเสียงสร้างลูป ก็เกิดบีทและ Hip-hop ก็เกิดขึ้นอะไรทำนองนั้น

      2. ดนตรีคือจดหมายเหตุ

ดนตรีคือยุคสมัย

ดนตรีไม่ได้มีหน้าที่แค่สร้างความสุขหรือเพลิดเพลินใจ ถ้ามองกันแบบลึกๆ ดนตรีคือจดหมายเหตุแบบหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะดนตรีในแต่ละยุคสมัย ก็จะมีเรื่องราวหรือเนื้อหาที่ทำให้เรานึกถึงและเชื่อมโยงกับไทม์ไลน์ในยุคนั้นๆ ได้ว่ามันมีอะไรเกิดขึ้น อาทิเช่น…

ไอ้หนุ่มแพ็กลิ้งค์

เพลงของ ยิ่งยง ยอดบัวงาม มีเพลง “ไอ้หนุ่มแพ็กลิ้งค์” คนที่เกิดทันก็จะนึกอ๋อสมัยก่อนมันมีเทคโนโลยีนี้นะ ลองให้เด็กยุคนี้ฟังสิ อาจจะงงตั้งแต่ว่ามันคืออะไรไอ้ แพ็กลิ้งค์เนี่ยเอาไว้ทับกระดาษหรอ

อรอนงค์ The Jukks
อรอนงค์ The Jukks

หรือจะเอาเพลง “อรอนงค์” ของ The Jukks ก็มีพูดถึง Hi5 ตัวอย่างนี้ลองไปถามเด็กบางคนอาจจะไม่รู้จักแล้วก็ได้ เพราะเขาไปเล่นเฟส ทวิตเตอร์ กันหมดแล้ว วุ๊!! นี่ก็แค่ตัวอย่างที่ยกมาให้เห็นภาพครับท่านผู้อ่าน

       3. การตลาด

เรื่องนี้น่าจะเป็นตัวกำหนดบทบาททิศทางที่ชัดที่สุด และเป็นภาพรวมของดนตรีแบบเมนสตรีมในช่วงยุคนั้นๆ ยกตัวอย่างบ้านเราเคยผ่านยุค “อัลเทอร์เนทีฟ” ซึ่งถ้าเป็นวงศิลปินฝั่งต่างประเทศ ก็ต้องยกให้กับ Nirvana, Pearl Jam, Blind Melon, Alice in Chain, Soundgarden อันนี้คือวงยุคอัลเทอร์ฯ เฟื่องฟู สำหรับประเทศไทยแนว อัลเทอร์เนทีฟ เข้ามาบูมจริงๆ คือปลาย 80 – 90 ต้นๆ  ซึ่งเข้ามาเป็นกระแสหลักที่ได้เสียงตอบรับดีมาก ก็เรียกว่าหลายประเทศก็ได้รับอิทธิพลจากแนวนี้เป็นวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนโลกดนตรี แต่พอผ่านพ้นช่วงหนึงไปจากการที่เคยอยู่ในกระแสหลักช่วงหนึ่ง กาลเวลาเปลี่ยนดนตรีใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้น เป็นกระแสหลักที่เข้ามาแทนที่ ยกตัวอย่างภาพที่เห็นได้ชัดเพลงใหม่ๆ ในยุคนี้ ศิลปินดนตรีแนว R&B, POP หรือ แม้แต่สาย Rock บ้านเราเอง ก็เริ่มไปจับมือกับแรปเปอร์ที่กำลังเป็นกระแสหลักในตอนนี้ ทำให้ดนตรีหลายๆ แนวก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ลองมองย้อนกลับไปก่อนยุคที่แรปเปอร์จะบูมในบ้านเรา ดนตรีที่มีการ Feat.(ร่วมกัน) กับแรปเปอร์แบบนี้มีน้อยเฉพาะกลุ่มและไม่ได้อยู่ในตลาดหลักเลยแต่ไม่ใช่แค่ดนตรีกระแสหลักที่เปลี่ยนจริงๆ ดนตรีที่อยู่นอกกระแสหรือจะบอกว่าดนตรีเฉพาะกลุ่มก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ด้วยเหมือนกัน เพียงแต่ พอมันไม่ใช่ตลาดหลักมันก็ไม่จำเป็นต้องไปตามกระแสมากเพราะก็ยังมีกลุ่มคนที่ยังคงเสพสไตล์อะไรที่เฉพาะตัวอยู่

     4. เครื่องไม้เครื่องมือ

ห้องบันทึกเสียงสมัยก่อน

เรื่องนี้ถ้าพูดกันเชิงลึกน่าจะยาว 10 หน้ากระดาษ แต่เครื่องไม้เครื่องมือ ผู้เขียนมองว่าคือปัจจัยหลักปัจจัยหนึ่ง ที่มีผลกับดนตรีมากเพราะมันเป็นตัวที่สร้างซาวด์ ในตัวอุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่สร้างเอกลักษณ์เทคนิคที่แต่ก่อนไม่มีขึ้นมาได้  ทุกขั้นตอนถูกพัฒนาขึ้นอย่างมากมายไม่ว่าจะในส่วนของห้องอัด อุปกรณ์บันทึกเสียง เครื่องดนตรีทุกสิ่งอย่าง ที่ประกอบกันแล้วมันแตกต่างจากยุคแต่ก่อนโดยสิ้นเชิง เรียกว่าอนาล็อก กับดิจิตอล ไปเลยง่ายๆ

ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเพลงมันคือบันทึกหนึ่งของช่วงระยะเวลานั้นๆ เหมือนเวลาเราได้ฟังเพลงเก่าซักเพลง แล้วเรานึกย้อนถึงช่วงเวลาอย่างเช่น เพลงนี้ใช้จีบหญิง ตอน ม.ต้น เพลงนี้ฟังตอนอกหักสมัยปีหนึ่ง แค่นี้ภาพต่างๆมันก็จะย้อนกลับมาเป็นเงาตามตัว ผู้เขียนสรุปในมุมมองของผู้เขียน ดนตรีพอผ่านกาลเวลามันคือตะกอนที่ตกลงไป แต่เราจะไม่ได้ใส่ใจ จนมันโดนเขย่าจนลอยกลับขึ้นมา และนั่นน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ ทำไมคนในแต่ละยุคถึงผูกพันธ์กับดนตรีของตัวเองมากกว่าที่จะชื่นชอบเพลงเก่าก่อนเกิดหรือใหม่เกินไปตอนที่เราเริ่มมีอายุ

Facebook Comments
Avatar

OMU News

Add comment

Follow us

ติดตามข่าวสารอัพเดทจากช่องทางอื่นๆของ OMU ได้ตามนี้

Most discussed