OMU News
เภา รัฐพล พรรณเชษฐ์

เภา – รัฐพล พรรณเชษฐ์ อดีตมือกีตาร์วง บอดี้สแลม

ละอ่อน

เภา – รัฐพล พรรณเชษฐ์ อดีตมือกีตาร์ของวงร็อกซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของเมืองไทยอย่าง BODYSLAM บอดี้สแลม

เภาคืออดีตสมาชิกของวงละอ่อน ที่ฟอร์มวงกันมาตั้งแต่โรงเรียนสวนกุหลาบ และไปไกลถึงขั้นชนะการประกวด ฮอตเวฟ มิวสิค ในปี 2537 และมีอัลบั้มแรก ที่ใช้ชื่อว่าวงละอ่อน ในปี 2539 และก็แยกย้ายกันไป จนกระทั้ง เภาได้ร่วมกับ 2 สมาชิกในวงละอ่อน ที่มี ตูน อาทิวรห์ คงมาลัย และ ปิ๊ด ธนดล ช้างเสวก มาฟอร์มวงในชื่อ “บอดี้สแลม” และ อัลบั้มแรกของบอดี้แสลมก็เริ่มขึ้นในปี 2545 และชุดDrive ในปี 2546 และแยกตัวออกไปทำเดี่ยวในชื่อ Present Perfect ในปี 2548 และก็มีซิงเกิลเล็กๆ น้อยๆ ออกมาก่อนที่จะหายไป

Bodyslam1

bodyslam drive

และนี่คือบทสัมภาษณ์บางส่วนที่เรายกมาจาก ASTVผู้จัดการ

  • ย้อนกลับไปนิดหน่อย เพราะอะไรตอนนั้น คุณถึงตัดสินใจออกมาจากบอดี้สแลม ซึ่งถือว่ากำลังรุ่งเรืองมากๆ ในยุคนั้น
    ถ้าให้พูดตามตรง ณ วันนั้น ทัศนคติก็ไม่ตรงกันจริงๆ ทั้งเรื่องแนวคิดและวิธีการเล่นซึ่งพอกลับไปมอง ผมว่ามันก็ดีกว่า เพราะ ณ วันนี้ เราก็มีความสุขดี คือคนส่วนใหญ่ เค้ารู้สึกว่าสงสารเรา เราก็รู้สึกว่าทำไมต้องสงสารเราด้วยวะ คือเหมือนกับว่าเราเป็นฝ่ายอึดอัด เวลาที่ต้องไปเจอใคร และเจอคำถามว่าทำไมออกมาล่ะ ตอนนี้วงก็ดังมากเลยนะ คือจากที่ไม่คิด ก็กลายเป็นคิดเลย เพราะตอนแรกที่ออกมา ก็ไม่รู้สึกอะไรเลย แต่กลายเป็นพอคนมาพูดมากๆ เราก็มีความคิดว่า กูตัดสินใจผิดขนาดนั้นเลยเหรอ ซึ่งผมว่ามันไม่ใช่เรื่องนั้น เพราะคนเรามีความสำเร็จหรือจุดมุ่งหมายที่ต่อให้เป็นสิ่งเดียวกันด้วยซ้ำ แต่ว่ามีทางเดินไปในหลายแบบ คือเราไม่จำเป็นต้องเดินในแบบเดียวกันก็ได้ อ้อมไปทางนี้ก่อน แล้วค่อยวนกลับมาก็ได้ มันมีหลายเส้นทาง

เภา – รัฐพล พรรณเชษฐ์

กระนั้นก็ดี แม้จะออกมาจากวงแล้ว แต่ทุกวันนี้ ก็คล้ายๆ ว่า คุณยังคอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ
รู้สึกเหมือนว่าเป็นแฟนเพลงคนหนึ่งครับ คอยฟัง เพราะเพลงของวงก็แทบจะได้ยินทุกวัน แล้วช่วงหลัง ผมก็ไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับเพลงเท่าไหร่ ยังมองว่า จากที่ฟังมาในชุดล่าสุด (ดัม-มะ-ชา-ติ) มันก็มีมิติอยู่นะ ผมก็งงนะว่าทำไมถึงว่ากัน เพราะว่าอย่างที่ตอนเพลง ‘เรือเล็กควรออกจากฝั่ง’ออกมาใหม่ๆ ผมรู้สึกได้เลยนะว่าเพลงมันมีพลังดี พอเพลงต่อมา (ดัม-มะ-ชา-ติ) ก็รู้สึกว่าอาจจะยากขึ้นมาแล้ว แต่เราก็มองว่า เพลงในอัลบั้มมันต้องมีแบบนี้บ้าง ไม่งั้นคงเลี่ยนตาย

เภา Bodyslam

ทุกวันนี้ รู้สึกยังไงบ้างกับความเป็น “บอดี้สแลม”
เอาง่ายๆ เลยว่า ถ้าบอดี้แสลมยังเล่นเพลงเหมือนตอนสองอัลบั้มแรกนะ เราก็เชื่อว่าเขาจะไม่มาถึงจุดนี้หรอก เพราะมันย่ำอยู่กับที่ จะมีเหรอที่ว่าวงดนตรีที่ไม่มีการพัฒนาเลย แล้วมันจะเป็นวงในตำนาน แล้วเล่นเพลงเหมือนเดิมตลอด ไม่มีการเติบโตขึ้นตามวัย หรือเนื้อหาไม่เข้มข้นขึ้น ไม่มีหรอก คือถ้าเขาอยู่จุดเดิม เขาก็คงมาไม่ถึงจุดนี้ ดังนั้น สิ่งที่เขาทำ ผมว่ามันเจ๋งและดีแล้วนะ

เภา – รัฐพล พรรณเชษฐ์

  • รู้สึกไหมว่า จากข้อความดังกล่าวที่คุณโพสต์ไป มันช่วยลดกำแพงบางอย่างลง ในเรื่องความสัมพันธ์ เพราะหลังจากนั้นก็เห็นคุณโพสต์ภาพคู่กับตูน
    จะบอกว่า เรารู้สึกดีมากเลยนะ คือก่อนหน้านี้ เหมือนกับว่าต่างคนต่างที่จะไม่กล้าที่จะคุยกันเต็มที่แต่จริงๆ ก็มีคุยบ้างแหละ เราไม่ได้ทะเลาะกัน ยังไปเตะบอลกันปกติ แต่มันเหมือนว่ายังมีกำแพงบางๆ ที่กั้นอยู่ เช่น ตูนจะคิดยังไงกับเรานะ เราก็ไม่กล้าเต็มที่ คืออาจจะไม่เหมือนเมื่อก่อนร้อยเปอร์เซนต์ แต่พอหลังจากเหตุการณ์นี้ มันเหมือนกับปลดล็อกเลย ทำให้รู้สึกว่า อะไรที่มันค้างคาใจในอดีตมันหายไป ตอนนี้มันโล่งแล้ว แล้วมันก็เหมือนย้อนกลับไปในสมัยที่เป็นเด็กๆ เป็นช่วงวัยรุ่นที่ไม่ได้มานั่งคิดเรื่องงาน จะเป็นแบบมีอะไรก็มาคุยกัน มีเพลงอะไรก็มาแบ่งกันฟัง มันกลายเป็นแค่นั้นเลยง่ายๆ บวกกับเราก็โตเป็นผู้ใหญ่ซะจนแบบว่ามีลูกแล้ว (ยิ้ม) และมันก้าวข้ามจุดตรงนั้นมาหมดแล้ว ก็เลยรู้สึกดีที่ได้มาคุยเปิดใจกันอีกครั้ง
    อย่างรูปที่ถ่ายกับตูน ก็ยืนยันได้ว่าโอเค มันเหมือนว่า เหมือนกับเราคบกับคนรักมาสิบปี จริงๆ มันก็เป็นเรื่องยากที่จะไม่คุยกันแล้ว เลยรู้สึกว่าเรื่องนี้ก็มีส่วนช่วยเหมือนกัน คือเมื่อก่อนก็คุยอยู่ แต่พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา มันกลายเป็นว่า ไม่มีอะไรแล้ว โล่ง เคลียร์เลย

เภา Bodyslam

เรื่องธุรกิจ ถือว่าเปลี่ยนชีวิตไปจุดหนึ่ง การมีลูกส่งผลอย่างไรบ้างต่อตัวคุณ
เปลี่ยนไปเยอะเลยครับ จากเมื่อก่อน ตอนเราเป็นวัยรุ่น เราจะมีความฝัน บางทีมันก็มีหลายความฝัน หลายจุดมุ่งหมายเต็มไปหมดเลย เพราะวัยรุ่นจะมีคิดอะไรเยอะๆ อย่างเช่น วันนี้ดูบอยแบนด์เกาหลี อยากเต้นเป็นเกาหลี หรือว่าวันนี้ เห็นวงเท่ๆ เล่นดนตรีสามชิ้นแล้วอยากเล่นกีต้าร์ อะไรแบบนี้ แต่พอมีลูก จุดมุ่งหมายมันมีอันเดียวเลยจริงๆ เพื่อลูก จุดมุ่งหมายมีแค่นั้นจริงๆ คือตอนนี้ ต่อให้เราทำอะไรก็ตาม เราจะคิดก่อนว่า โอเคมั้ย ครอบครัวอยู่รอดมั้ย เราทำแล้วทำได้ดี ประสบความสำเร็จมั้ย มันจะได้เงินกลับมามั้ย เราจะเลี้ยงลูกได้มั้ย มันมีอยู่แค่นั้น ซึ่งมันดีนะครับ ผมว่ามันทำให้คนเรามีความหวัง คือการมีเขา มันไม่ใช่ภาระนะ เพียงแต่ว่าลูกเป็นคนที่ทำให้เรา กระตุ้นให้เรามีไฟที่จะทำอะไรก็ตาม ทุกอย่าง

เภา Bodyslam

  • พูดให้ชัดขึ้นได้ไหมครับว่า วงการเพลงยุคนี้มันเป็นยังไงจริงๆ
    (นิ่งคิด) ถ้าเกิดเป็นเรื่องของซาวนด์ เรื่องเทคนิค การมิกซ์ต่างๆ ผมว่าดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะมากเลย หลังๆ มา ผมเห็นเขาแข่งกันเรื่องมิกซ์ด้วย มิกซ์กันให้เท่ๆ เอาไปให้ต่างประเทศมิกซ์กัน ก็เจ๋งดี มันเป็นอีกก้าวหนึ่งซึ่งทำให้รู้สึกว่า เดี๋ยวนี้โลกมันแคบอ่ะ อย่างเมื่อก่อน เวลาเราอ่านหนังสือแล้วเห็นวงดนตรีต่างประเทศแบบเจ๋งมากๆ โปรดิวเซอร์เมทัลลิก้า หรือคนที่มิกซ์ให้ โห มันเป็นอะไรที่เกินเอื้อมสำหรับคนไทยสมัยโน้น แต่สมัยนี้กลายเป็นว่า วงไทยก็ส่งไปให้ระดับโลกมิกซ์กัน สมัยก่อนรู้สึกว่าเกินเอื้อม แต่เดี๋ยวนี้ โลกมันใกล้กันนิดเดียว รู้สึกว่าเจ๋งในเรื่องพวกนี้ แต่ว่าถ้าในเรื่องการสร้างสรรค์งาน ผมก็เชื่อว่า ทุกยุคทุกสมัย มันก็มีเรื่องพวกนี้อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว
    หรือจริงๆ ผมว่าตอนนี้เขาไม่นึกถึงเรื่องนี้แล้วด้วยมั้งครับ เอาง่ายๆคนที่ออกซีดีตอนนี้ เขาก็แทบไม่มานั่งนึกถึงยอดขายกันแล้ว กลายเป็นเรื่องที่ลืมไปแล้วเลย ถ้าจะทำเพลงสมัยนี้ ก็ต้องหวังยอดไลค์ หรือโชว์ ยอดวิวยูทูป หวังงานจ้าง อะไรแบบนี้หมดแล้ว ขนาดริงโทนก็ยังไม่หวังเลย และกลายเป็นว่าคนลืมเรื่องค่าซีดีไปแล้ว ไม่มีใครคิดแล้ว ส่วนการได้รางวัล ก็ถือว่าเป็นการคุ้มค่าของวงไป นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ว่าทำไม มันไม่มีวงไหนกล้าทำอะไรที่แปลกประหลาดมากๆ ก็เพราะอย่างงี้ไง เขาจะไปอยู่ได้ยังไง เพราะถ้าจะมาหวังแบบว่าเลี้ยงดูตัวเองจากการออกซีดี กลายเป็นเรื่องยากไปแล้ว ยกเว้นต้องเป็นระดับดังๆ จริงๆ
  • มีนิยามหรือคำจำกัดความไหมสำหรับวงการเพลงในยุคนี้
    เป็นคำถามที่ยากมาก (หัวเราะ) จริงๆ ผมไม่กล้าไปถึงขั้นนิยาม เพราะผมก็ไม่ได้เป็นมาสเตอร์อะไร แค่รู้สึกว่าเราอยากจะให้ทุกคนจุดไฟกันขึ้นมา อยากให้มันสว่างมากกว่า ผมเชื่อว่ายังมีวงเล็กๆ น้อยๆ ที่ยังคอยจะเปิดทางสว่างให้อยู่ แต่แค่ยังไม่โผล่มา รอการค้นพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่อยู่ อย่างเช่น เหมือนเมื่อตอนที่โมเดิร์นด็อกเกิดขึ้นมา เราอาจจะรอวงแบบนั้นอยู่ก็ได้ ถ้าให้เราวิเคราะห์ เราว่าวงเจ๋งๆ มากมายเกิดขึ้นนะ แต่ว่าทำไมมันยังทำแบบนั้นไม่ได้ มันอาจเกี่ยวกับยุคสมัยด้วยมั้ง ตอนนี้มันเป็นยุคออนไลน์ ทุกอย่างเต็มไปหมด มันเหมือนกับไม่มีอะไรโดดเด่น ต้องเอาไปประกอบฮอร์โมนส์ก่อนมั้ง (หัวเราะ) ให้เรานิยามพี่ก็ไม่กล้านะ แต่ว่าก็รออยู่ อ้อ เรามองว่า “โลโมโซนิก” (lomosonic) ก็ถือว่าเป็นความหวังของเมนสตรีมยุคใหม่นะ แล้ว 25 Hours ที่ทำให้คนแข่งขันเรื่องไอเดียมากขึ้น เพราะว่าเค้าเล่นแบบ…จากความรู้สึกจริงๆ การแสดงของเขา เราว่ามันน่าจับตามอง เพราะเขาเล่นเหมือนฝรั่งเลย
  • เคยมีรู้สึกน้อยใจไหม แบบว่า บอดี้สแลมดังมาก แต่แฟนเพลงรุ่นหลังๆ ไม่รู้จักเราเลย
    ไม่รู้สึกเลยครับคือแค่คนจำได้ว่าเป็น “พี่เภา” นี่ ก็ดีใจจะแย่อยู่แล้ว และจริงๆ เรามองข้ามจุดนั้นไปนานแล้วล่ะ เพราะเราก็มีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า คือการที่มีครอบครัว มีลูก เราไม่เคยซีเรียสเลย แล้วก็โดนแซวจนเป็นเรื่องโคตรขำไปแล้ว คือทุกครั้งที่ไปนู่นนี่ อย่างไปเจอเพื่อนสมัยเรียนมัธยม ทุกคนก็จะบอกว่า “เฮ้ย นี่มึงไม่รู้จักเหรอว่านี่ใครๆ” จนกลายเป็นว่ามึงพูดน่ะดีแล้ว ตอนแรกไม่อาย แต่ตอนนี้กูอายแล้ว (หัวเราะ) คือเราก็ไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว จนกลายเป็นเรื่องฮาๆ ไป ต่อให้เราอยู่ในวง เราก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นศิลปินเลยนะ เราก็แค่เล่นดนตรี แล้วมันสนุก ก็แค่นั้นเอง
  • คำถามสุดท้าย เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นแบบ “ปิดทองหลังพระ” หรือเปล่า
    เราไม่เคยรู้สึกว่าเราทำให้วงนี้ดังนะ แต่รู้สึกว่าวงนี้ทำให้มีทุกวันนี้ คือจริงๆ เราโชคดีขนาดไหนแล้วที่มาถึงจุดนี้ได้ ผมไม่ใช่คนประเภทว่าเป็นตัวนำ คือทุกอย่างต้องประกอบไปด้วยกัน แล้วตูนก็คือตัวนำและเป็นคนที่ทำให้ความสำเร็จนี้เกิดขึ้น เราก็แค่เหมือนฟันเฟืองตัวหนึ่ง เหมือนพอล สโคลส์ (หัวเราะ) เราขอบใจมากนะที่ทำให้คนรู้จักเรา ให้เราได้ยืนอยู่บนเวทีใหญ่ๆ เราต้องเป็นคนบอกอย่างนั้นมากกว่า

ปัจจุบัน รัฐพล ทำธุรกิจส่วนตัวประเภทเสื้อผ้าผู้หญิง ในเว็บไซต์ icyicyshop.com

ที่มา mgronline
 

Facebook Comments
Avatar

OMU News

Add comment

Follow us

ติดตามข่าวสารอัพเดทจากช่องทางอื่นๆของ OMU ได้ตามนี้

Most discussed