OMU News
Fashion For SuperStar

แฟชั่นดังได้เพราะศิลปิน หรือเพราะศิลปินทำให้แฟชั่นดัง

tj

หลังๆ มามีสองข่าวดราม่าเกี่ยวกับเสื้อผ้ารองเท้าแฟชั่นบ้านเรา 2 เรื่องโดยในข่าวแรกถ้าใครได้ตาม จะรู้ว่าแร็ปเปอร์ชื่อดังอย่าง หนุ่ม Urboy TJ

เรื่องก็มาจากการที่ว่าหนุ่ม “ทีเจ” ไปลองเสื้อแล้วทางเจ้าของร้านรู้สึกว่าหนุ่มคนนี้ดูเท่เหมาะกับชุด เลยทำการขอถ่ายรูปไว้เพื่อโฆษณา “โดยไม่รู้ว่าหนุ่ม ทีเจ เป็นศิลปิน” แต่ทางด้านหนุ่ม ทีเจ  ได้เรียกร้องเงินและเสื้อที่ลองเป็นค่าลิขสิทธ์ (จากคำกล่าวอ้างเจ้าของร้าน) หลังจากนั้นก็เจอฝั่งเจ้าของร้านด่ากราดออกโซเชียลอย่างหนักหน่วง  เรื่องนี้ก็ทำให้หนุ่ม “ทีเจ” ต้องบุกไปถึงร้านเพราะต้องการคำตอบหลังจากทางฝั่งผู้ขาย แต่จากการที่ทาง ทีเจ ไม่ได้คำตอบก็ถอยออกมา และก็ได้อธิบายกลับในโลกโซเชียล ก่อนทุกอย่างจะจบและหายไป ก็ถือเป็นเคสหนึ่งที่เกิดขึ้น หลายๆ คนที่ตามข่าวคงพอทราบกันมาบ้าง

น้ำหวาน ซาซ่า

ส่วนในข่าวที่สอง คือทางฝั่ง “น้ำหวาน ซาซ่า” ที่ตอนนี้ค่อนข้างจะคิวงานแน่น ความรักก็ดี ความดราม่าก็เลยบังเกิด โดยเรื่องที่สองเกิดจาก หลังที่มีแฟนคลับได้ไปถามถึงรองเท้าที่ทาง “น้ำหวาน ซาซ่า” ใส่นั้นซื้อมาจากร้านไหน แต่ทางน้ำหวาน ได้ตอบมาว่า “ร้านเจ๊งแล้วคร่า” เรื่องก็เลยเกิดเมื่อเจ้าของร้านมาเห็น จึงได้ออกมาตอกกลับประมาณว่า “ร้านยังอยู่เพียงแต่ที่ทางคุณน้ำหวานออกมาบอกว่าเจ๊งนั้น เป็นเพราะไม่ได้ส่งรองเท้าไปให้ใช้ฟรี” ส่วนทางน้ำหวานก็ตอบกลับประมาณว่า “ขอโทษที่ใช้คำพูดที่มีอารมณ์ แต่เรื่องส่งฟรีไม่ใช่ปัญหา แต่เหมือนมีปัญหาส่วนตัวกับร้านนี้เป็นทุนเดิม” ก็เอาเป็นว่าจบไปอีกเรื่องดราม่า ใครผิดถูกนั้นก็ต้องไปชั่งน้ำหนักกันเอาเอง

ก็ขอกลับมาถึงประเด็นว่าทำไมแฟชั่นถึงต้องอาศัยเหล่าศิลปินดาราคนดัง หรือดาราคนดังต้องอาศัยแฟชั่น

เพราะอะไร?

1. ฝั่งผู้ขาย/แฟชั่นแบรนด์ชั้นนำ ตั้งแต่แบรนด์เล็กไปจนถึงแบรนด์ใหญ่ ผู้เขียนเชื่อว่าเหล่าศิลปินมีบทบาทไม่น้อยต่อความฮิตกระแสของสไตล์แฟชั่นนั้นๆ อย่างมาก เพราะสินค้าหลายตัว ก่อนที่ผู้ซื้อจะใส่ก็มักจะได้เห็นจากสื่อที่เหล่าศิลปิน, ดารา, เซเลป ใส่ออกสื่อต่างๆ ก็เป็นแรงบันดาลใจถือว่าเป็นตัวแปรใหญ่  เพื่อสร้างภาพลักษณ์สร้างแรงดึงดูดต่อแบรนด์ และแบรนด์ดังๆ ก็จะมีวิธีเลือกสินค้าให้ไปอยู่กับบุคคลที่เหมาะสม เช่นถ้าเป็นนักบอลก็จะเป็นสินค้าที่เกี่ยวกับรองเท้าสตั๊ด อาทิ Nike,Adidas หรือถ้าเป็น ดาราสาว ก็อาจเป็น กระเป๋า,รองเท้า,น้ำหอม ส่วนดาราชายก็อาจจะเป็นพวก เสื้อสูท,นาฬิกา,รถยนต์ ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นกับ สินค้าและเหล่าบุคคลที่เหมาะสมนั้นๆ

การที่แบรนด์ไปเกาะกับศิลปินคนมีชื่อเสียงมีแฟนคลับ ก็อาจได้แฟนคลับของศิลปินมาเป็นแฟนคลับของแบรนด์สินค้าด้วยเช่นกัน

ในบางแบรนด์ใหญ่ๆ ถือว่าเหล่า เซเลปคนดังคือ Icon ของแบรนด์ด้วยซ้ำ ถ้าดาราดีของก็ดี ถ้าดาราทำอะไรแย่ๆ มันก็ส่งผลถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ตามมาด้วย ซึ่งเขาซีเรียสมากครับ

2. ในส่วนศิลปิน/ ดารา/ เซเลป หรือแม้แต่นักกีฬา

สำหรับศิลปินคนดังที่มีชื่อเสียง ก็มักได้เสื้อผ้ารองเท้า หรือออปชั่นเครื่องประดับ ไปใช้กันฟรีๆ แถมเงินอีกต่างหากจากหลายๆ แบรนด์ มันก็มาจากปัจจัยการตลาดไงหล่ะ แบบที่กล่าวไปข้างต้น

แล้วทำไมยังต้องเรียกเก็บเงินหรือขอฟรี?

ผู้เขียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธุรกิจล้วนๆ เพราะเหล่าศิลปินดาราคนดังคงไม่มีใครเดินดุ่มๆ ไปขอของฟรี  เพราะถ้าดังจริงมีแต่คนจะเอามาประเคนให้ถึงที่ แต่กรณีถ้ามีคนจะหยิบยกให้ใส่ฟรีๆ แบบช่วยโปรโมทหน่อย อันนี้มันก็คงเป็นเรื่องของการตกลงทั้งสองฝ่าย

ผู้เขียนขอเรียกรวมๆ ว่าการเอื้อประโยชน์ในเชิงธุรกิจ เรามักจะเห็นเหล่าดารา ศิลปิน เซเลป ยกตัวอย่างเวลาลง IG (อินสตาแกรม) จะมีคนมาฝากร้าน ถ้าใครจำยุคแรกๆ ได้ก่อนจะมีคำนี้ “งดฝากร้าน” เราจะเห็นข้าวของเครื่องใช้ตั้งแต่ กะทิ กะปิ น้ำปลา (ไม่ถึงขั้นนั้น) เสื้อผ้ารองเท้า ไปโพสแปะตามคอมเมนท์ของเหล่าดาราศิลปิน เป็นจำนวนมาก!

เพื่ออะไร? ก็เพื่อให้คนมาเห็น ถ้าศิลปินมีคนตามอยู่ หนึ่งล้านคน คิดดู คุณไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แค่เอาไปแปะคนก็เห็นของคุณ หนึ่งล้านคน! (ประเด็นคือไม่ได้มีการขออณุญาติก่อนด้วย ลองนึกถึงตัวเราเองแค่เป็นคนธรรมดาแล้วมีคนจากไหนไม่รู้ มาโพสฝากไรพวกนี้เรายังรำคาญเลยจริงไหม)

แล้วเหล่าดารา ศิลปิน คนมีชื่อเสียง ได้อะไร?

สิ่งแรกที่เหล่าดาราจะได้ชัดๆ ก็แน่ละคือ เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับแฟชั่นต่างๆ รวมถึงเงิน (ไม่รู้เท่าไหร่) มาประดับประดา ก็ย่อมให้ศิลปินดูดี ดูหล่อและสวย เป็นสง่ามากขึ้น ตามคำไทยที่ว่า “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” ถ้าไม่เชื่อลองให้บุคคลเหล่านี้ ใส่แค่เสื้อตราห่าน กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะช้างดาว ออกงานสิ มันคงละดรอปลงไปมาก (ยกเว้นอยากสร้างกระแสแหวกแนว)

แต่! เราอย่าไปคิดว่า เอ๊า! ก็พวก ไอจี เฟสบุ๊ค มันก็ใช้ฟรีนิ ทำไมของแค่นี้ต้องงก แค่นี้ไม่ได้ คำตอบนี้ถ้าพูดกันแบบกำปั้นทุบดินคือ “มันไม่ฟรีครับ” พื้นที่ตรงนี้ที่เราๆ ท่านๆ เห็นกว่ามันจะเติบโตกว่าจะมีคนติดตามเยอะจำนวนมากขนาดนี้ ล้วนมาจากการลงแรงสร้างราก สร้างฐานแฟนคลับ ให้มีคนติดตามเพื่อการต่อยอดธุรกิจ ยิ่งถ้าเป็นเพจเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ก็มีการใช้เงินกันด้วย (เป็นปกติ) เพราะทุกวันนี้ สินค้าหลายๆ ตัว ก็มาจ้างศิลปินให้โปรโมทสินค้าลงผ่านทางช่องทางโซเชียลเหล่านี้ เพราะเชื่อมั่นว่าสิ่งที่จะโฆษณาจะสามารถไปถึงเหล่า แฟนคลับที่ติดตาม ศิลปินคนดังเหล่านี้ เพราะงั้นเห็นไหมล่ะครับว่ามันไม่มีอะไรฟรี
สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ให้มองไปเลยว่ามันคือธุรกิจ เราจะได้ตัดออกจากภาพหรือความคิดดราม่า ว่าแบบแค่นี้ก็ไม่ได้ แค่นี้ก็เล่นตัว ดังแล้วหยิ่ง เพราะทุกฝ่ายต้องอาศัยกัน ที่เหลือก็การตกลงและมารยาทตามเชิงธุรกิจ
ผู้เขียนขอตอบสรุปในมุมมองของผู้เขียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันครับ
 

Facebook Comments
OMU News

OMU News

Add comment

Follow us

ติดตามข่าวสารอัพเดทจากช่องทางอื่นๆของ OMU ได้ตามนี้

Most discussed