OMU News

ช่องต่อหูฟัง AUX คอมพิวเตอร์เสีย ทำอย่างไร มาดู 5 วิธีแก้ปัญหา

แน่นอนว่ามีหลายคนที่ประสบปัญหาช่องต่อหูฟัง AUX เสีย ไม่ว่าจะเป็นทั้งแบบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือแบบโน๊ตบุ๊ค แต่ที่แย่หน่อยก็เป็นประเภทคอมพิวเตอร์แบบโน๊ตบุ๊คนี่แหละครับ เพราะอะไรจะเสียทีก็แลดูจะยุ่งยาก เอาเป็นว่าวันนี้เราจะขอมานำเสนอวิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้นตามลำดับจากน้อยไปหามาก (หมายถึงเสียเงินน้อยไปถึงเสียเงินมาก ฮาๆ)

เริ่มจาก

Headphone USB1. วิธีแรกขอแนะนำให้เปลี่ยนหูฟังเป็นประเภท USB ซึ่งหูฟังประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเป็นหูฟังประเภทเฮดโฟน (Headphone) ซึ่งมีราคาตั้งแต่ไม่กี่ร้อยจนถึงหลักพัน นับว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายและราคาถูก

Inear Bluethooth2. หาหูฟังประเภท Bluetooth หูฟังประเภทนี้นับว่าเป็นที่แพร่หลาย และเริ่มได้รับความนิยมอย่างมากในท้องตลาดตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่ามีราคาให้เลือกอย่างหลากหลายตั้งแต่หลักร้อยยันหมื่น และไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพอีกต่อไป เพราะหูฟังประเภทนี้เดินทางมาไกลจนเรื่องคุณภาพของเสียงไม่ได้ด้อยไปกว่าแบบสายแล้ว (ถ้าไม่ใช่หูฟังระดับเกินสองหมื่นบาทขึ้นไป) แถมข้อดีคือไม่เกะกะด้านสายด้วย (ถ้าไม่นับว่ามันจะหายน่ะนะ!)

DAC-Amp USB

3. ถ้าสองข้อแรกยังไม่ตอบโจทย์ เพราะเราอาจจะมีหูฟังตัวเก่งที่ถูกใจเสียง หรือราคาแพงจะทำอย่างไรดี เราขอเสนอ “DAC-Amp” เจ้า DAC-Amp นั้นสามารถต่อเข้ากับช่อง USB ได้ ซึ่งหน้าที่ของมันตามชื่อเต็มๆ คือ Digital to Analog Converter ซึ่งมีหน้าที่ในการถอดรหัสไฟล์เสียงดิจิตอล ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้มีหน้าตาหลากหลายบางตัวก็เหมือนแฟลชไดรฟ์ปกติที่เราเอาไว้เสียบเซฟงาน แล้วเราก็เอาหูฟังที่เป็นสายแจ็คปกติต่อเข้าไปอีกที แค่นี้ก็จบ แถมเจ้า DAC-Amp ก็มีหลากหลายราคา หลักร้อยจนหลักหมื่น ซึ่งแน่นอนมันก็ให้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นตามลำดับ แต่ทั้งนี้ใช้ให้เหมาะสมกับหูฟังและความเหมาะสมกับเงินในกระเป๋าก็เป็นการดีครับ

Notebook-Speaker

4. อันนี้ไม่ต้องใช้เงินเลยครับถ้าเป็นโน๊ตบุ๊ค เพราะมันจะมีลำโพงในตัว แต่แน่นอนถ้าต้องการความเป็นส่วนตัวไม่ต้องการรบกวนคนอื่นหรือคุณภาพเสียงที่ดี ตรงนี้ก็ไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ครับ

Sound Card

5. ซื้อใหม่ครับ อันนี้ขอตอบแบบกำปั้นทุบดินเลย แต่ไม่ใช่การซื้อใหม่ทั้งเครื่องนะครับ กรณีถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทั่วไป เราอาจจะไม่ต้องเปลี่ยนบอร์ดทั้งอัน เพียงแต่หาซื้อ “ซาวด์การ์ด” มาใส่เพิ่มซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่ามากมาใช้แทน (ซึ่งหน้าที่ของมันก็เหมือน DAC-Amp ที่กล่าวไปข้างต้นนั่นแหล่ะครับ) แต่กรณีโน๊ตบุ๊คอาจจะต้องทำการเปลี่ยนบอร์ดซึ่งมีราคาสูง ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นกับราคาและสเปคตั้งต้นของโน๊ตบุ๊คของเรา ว่ามันแพงแค่ไหนด้วยจะคุ้มหรือไม่ต้องสอบถามไปทางค่ายผู้ผลิตตัวแทนจำหน่ายรุ่นนั้นๆ ครับ

ก็จบไปแล้วกับ 5 วิธีแก้ปัญหา ซึ่งมีทางออกมากมายให้เลือกสรร และหลายๆ ทางออกยังทำให้คุณได้ประสบการณ์และคุณภาพของเสียงที่ดียิ่งขึ้น เอาเป็นว่าก็ลองไปเลือกดูนะครับว่าวิธีไหนจะตอบโจทย์คุณๆ ท่านๆ ทั้งหลาย สำหรับวันนี้สวัสดีครับ
 

Facebook Comments
OMU News

OMU News

33 comments

Follow us

ติดตามข่าวสารอัพเดทจากช่องทางอื่นๆของ OMU ได้ตามนี้

Most popular

Most discussed