OMU News
Big Mountain

ทำไมต้องไปงาน Music Festival ที่ยิ่งใหญ่อย่าง Big Mountain

BMMF9

ขอเกริ่นก่อนถึงประวัติศาสตร์เทศกาลดนตรีของไทย ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง เชื่อว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูและอาจจะนึกเป็นชื่อแรก

นั่นก็คืองาน “Big Mountain…มัน ใหญ่ มาก” ซึ่งกำเนิดเกิดขึ้นโดย บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ในปี พ.ศ.2553

BMMF1
BMMF1

และดำเนินมาเรื่อยจนถึงปีนี้ เรียกว่าเป็นปีที่ 9 ของงาน Big Mountain แล้ว

โดยในปีแรกนั้น จัดกันที่ โบนันซ่า เขาใหญ่ จ. นครราชสีมามีจำนวนผู้ชม 25,000 คน จำนวนเต็นท์ 4,000 หลัง

กับอีก 130 ศิลปิน (ขนาดปีแรก)

จนกระทั้งปีที่ 7 มีการโยกย้ายไปจัดที่ แก่งกระจาน เนื่องจากปัญหาของกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับกรมป่าไม้

ถึงจะย้ายที่จัดแต่ชื่อ “Big Mountain” ก็ยังคงอยู่สืบเนื่องมา

BigMountain9

Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 9 “มันเวอร์มาก”

9 ปี เลขนี้มีความหมาย เพราะงาน Big Mountain เป็นงานดนตรีที่ใหญ่ที่สุดของบ้านเรา และมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แบบเหมือนจะสวนทางกับกระแสดนตรีในไทยที่ดูเหงาๆ เงียบๆ แต่งาน Big Mountain ก็มีจุดยืนที่จะก้าวข้ามความสำเร็จเดิมๆ และออกจาก comfort zone อยู่เสมอ

ดูแล้วตาลายจากใจ

จุดเด่นของงาน Big Mountain Music Festival ครั้งที่ 9

ต้องบอกก่อนว่า จุดเด่นของ Big Mountain นอกจากคุณจะได้ออกมาจากกรอบเดิมๆ ของการดูคอนเสิร์ตตามฮอลล์ตากแอร์

มาอยู่ท่ามกลางป่าเขาธรรมชาติ ความฟีลกู๊ดตรงนี้มันดีกว่ามาก (อากาศเย็นด้วย) และแน่นอนคือการที่คุณจะได้พบปะกับเหล่าศิลปิน เล็กใหญ่ ป็อบ, ร็อค, อินดี้, เร็กเก้, หมอลำ, อาร์แอนด์บี, แร็ป ทุกแนวเท่าที่บ้านเราจะมี มายัดอยู่ในพื้นที่ๆ เดียวกัน โดยแบ่งโซนเวทีต่างๆ และในปีนี้มีถึง 9 เวที กว่า 200 ไลน์แบ็คอัพ

คุณจึงสามารถเสพมวลความสุขได้ทุกรูปแบบ ไม่จำเจ แถมมีระบบการจัดการ ที่ปีนี้บอกเลยคุณจะสามารถบริหารการดูต่างๆ

ของศิลปินโปรดได้อย่างดียิ่งขึ้น

ยืมภาพเก่าจาก Pantip

จุดที่ถูกปรับปรุง

มันมีข้อดีมันก็ต้องมีข้อเสียครับ แต่ Big Mountain ไม่ใช่งานที่จัดกันแบบตามมีตามเกิดอย่างที่บอก งานนี้เติบโตและพัฒนาไม่หยุด จากประสบการณ์แย่ๆ ที่มาผ่าน โดยทางผู้จัดมองถึงปัญหาและแก้ไขปรังปรุงให้ดียิ่งขึ้น

ซึ่งปัญหาเก่าเหล่านั้นก็เช่น ประตูทางเข้าทางเดียวที่ทำให้แออัด ห้องน้ำและที่จอดรถไม่เพียงพอ รวมถึงฝุ่นที่เยอะจัด!

ปัญหาเหล่านี้ทั้งหมด เชื่อว่าจะดีขึ้นมากกว่าเดิมอย่างน้อย 50%

เพราะว่ามีการเพิ่มเติมไม่ว่าจะประตูทางเข้าขยายเป็น 3 ช่องทาง อาทิสำหรับคนที่ไม่ได้เอารถมา หรือคนที่นำรถส่วนตัวมา ก็จะแยกกันชัดเจน

ห้องน้ำที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า รวมถึงพื้นที่จอดรถและกางเต็นท์ที่เพิ่มมากขึ้น อันที่จริงแค่การเพิ่มจำนวนไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุทั้งหมด แต่การจัดการที่ถูกวางแผนรัดกุมมาตลอดกว่าครึ่งปี บวกประสบการณ์ของทางผู้จัดเราชื่อว่ามันจะเป็นก้าวกระโดดของงานนี้ที่จะพัฒนาไปอีกขั้น

 

ควรเตรียมตัวอย่างไร

สำหรับคนที่คิดจะไป การเตรียมตัวก็ต้องสำคัญแล้วละ เราเริ่มจาก

1. เงินกับความไว

ในงาน Big Mountain ทุกปีบัตรหมดภายในเวลาไม่ถึง 1 วัน (1 วันบัตรหมด!!) ดังคำพูดว่า “ความไวเป็นของปีศาจ” คือดูแล้วจริง

2. สภาพร่างกาย

เพราะคุณต้องใช้พลังงานกล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างหักโหมแน่ๆ ยกเว้นคุณจะเป็นนักกีฬา ระดับไตรกีฬามาก่อน + กับสภาพอากาศที่ค่อนข้างจะเย็นโดยเฉพาะคนกรุงที่ไม่ค่อยได้สัมผัสอาจจะมีป่วยกันได้ (ยังไม่นับว่าจะอดนอนอีก!)

3. เพื่อนสนิทคนรู้ใจ

งานที่มีคนมากมายขนาดนี้ ต่อให้มีการป้องกันที่รัดกุมยังไง จำนวนคนที่อาจจะมากถึงหนึ่งแสนคน ก็อาจจะพลาดกันได้ เราควรจะมีเพื่อนหรือแฟนที่คอยดูแลกันและกัน ป้องกันดีกว่าแก้ไขครับ

4. การวางแผน 

โดยเฉพาะการเดินทาง เพราะว่างานนี้มีผู้คนไปกันเป็นจำนวนมาก (มากกกก) ถ้าไม่วางแผนเตรียมตัวดีๆจะเศร้าได้

ไหนจะเส้นทางเดินรถ, เวลา, หรือการจองตั๋วไปกลับ เดี๋ยวจะกระทบกับความสุขรวมถึงชีวิตการเรียนหรือชีวิตงานได้

5. ที่พักอุปกรณ์ดำรงชีพ

เรื่องนี้สำคัญอย่างมองข้าม!! สำหรับใครนอนโรงแรมอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่คนที่ไปนอนเต็นท์ก็เช็คสำภาระอาหาร ขนมเครื่องนุ่งห่มกันดีๆ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

6. ที่เหลือก็ใจแล้วครับลุย!!­ <3 <3

สรุป

งาน Big Mountain ถือเป็นคัลเจอร์ เป็นวัฒนธรรมนึงของบ้านเราไปแล้วก็ว่าได้ ทางผู้จัดเองมองไปถึงว่ามันจะไปถึงขนาดขั้นที่ว่าเป็นงาน ดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกันเลยทีเดียว เพราะงั้นอย่างน้อยที่สุดสำหรับผู้เขียน ถ้าคุณมีดนตรีในหัวใจแม้แต่เพียงน้อยนิด ก็ควรไปสัมผัสบรรยากาศงานดนตรีแบบนี้ซักครั้งในชีวิต เชื่อว่าไม่เสียหาย เพราะเอาจริงผู้เขียนไม่รู้หรอกว่าในอนาคตอีก 5 ปี 10 ปี จะมีงานแบบนี้สืบเนื่องต่อไปเรื่อยๆ รึเปล่า (บ้านเมืองเราเอาแน่เอานอนไม่ได้ด้วย) เอาเป็นว่าไม่อยากให้พลาดกันครับ

ขอฝากเล็กน้อย สำหรับผู้ที่ไป โปรดช่วยกันรักษาความสะอาดอย่างขยะต่างๆ เพื่อลดผลกระทบต่อป่าและสัตว์ป่าร่วมโลกของเราครับ

——————————–

ส่วนบัตรขายพรุ่งนี้ ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด
กับบัตรโปรฯพิเศษจากเป๊ปซี่ 10,000 ใบสุดท้าย
หมดแล้วหมดเลยจริงๆ เร็วนะ พี่วัวจะปิดร้านแล้ว
——————————–
ใครที่พลาดบัตร EARLY COW ไปฟังให้ดี
“PUBLIC SALE รอบ 1”
บัตรราคาปกติ 2,300 บาท
>>> พิเศษ! รับส่วนลด 300 บาท <<<
เพียงซื้อ “เป๊ปซี่แมกซ์เทสต์” ขนาด 375 มล. จำนวน 4 กระป๋อง/สิทธิ์ (จำกัด 10 สิทธิ์/ใบเสร็จ)
(ลดเหลือ 2,000 บาท จากราคาปกติ 2,300 บาท)
19-31 ต.ค. นี้ เท่านั้น ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ
———————————
หมายเหตุ :
• ซื้อเป๊ปซี่ แมกซ์เทสต์ ขนาด 375 มล. จำนวน 4 กระป๋อง/สิทธิ์ (จำกัด 10 สิทธิ์/ใบเสร็จ)
(ลดเหลือ 2,000 บาท จากราคาปกติ 2,300 บาท)
• เมื่อลูกค้าซื้อเป๊ปซี่ตามโปรโมชั่นดังกล่าวจะได้รับข้อความแสดงจำนวนสิทธิ์ที่ได้ในใบเสร็จ
• ส่วนลด 1 สิทธิ์ ต่อบัตร 1 ใบเท่านั้น
• ช่วงเวลา 19 ต.ค. ถึง 31 ต.ค. แลกรับส่วนลด 300 บาท จากราคาบัตร 2,300 บาท
• ช่วงเวลา 1 พ.ย. ถึง 30 พ.ย. แลกรับส่วนลด 300 บาท จากราคาบัตร 2,500 บาท
• สามารถซื้อเป๊ปซี่ เพื่อใช้สิทธิ์ตามโปรโมชั่นได้ในช่วงระยะโปรโมชั่นที่กำหนด คือตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. – 30 พ.ย. เท่านั้น
• ราคาบัตรนี้สามารถเข้างานได้ทั้ง 2 วัน (ไม่มีการจำหน่ายบัตรวันเดียว)
• ไม่จำกัดอายุผู้เข้างาน (เด็กส่วนสูงไม่เกิน 110 ซม. เข้างานฟรี)
• โปรโมชั่นอื่นๆ รอติดตามได้ทางเพจ

“มันเว่อร์มาก”
PEPSI presents BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 9
ไปเว่อร์กัน 8-9 ธันวาคม 2561 ที่ The Ocean เขาใหญ่ ถนนธนะรัชต์

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก
 

Facebook Comments
OMU News

OMU News

Add comment

Follow us

ติดตามข่าวสารอัพเดทจากช่องทางอื่นๆของ OMU ได้ตามนี้

Most popular

Most discussed