OMU News
การอ่าน spec

มาทำความเข้าใจเรื่องการอ่านค่า Specs ข้างกล่องหูฟังกัน

เรื่องการอ่านค่า Specs ตามข้างกล่องที่หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบ ก็ไม่แปลกครับเพราะมันเป็นค่าเชิงเทคนิคจากบริษัทผู้ผลิตระบุไว้ เป็นศัพท์เฉพาะจะแปลกูเกิ้ลก็งงอยู่ดี และขอเน้นย้ำว่าค่า Specs ตรงนี้ไม่ใช่ตัวตัดสินว่าดีหรือไม่แต่อย่างใด แต่เป็นค่าที่เราสามารถประเมินถึงลักษณะของคุณภาพของหูฟังนั้นๆได้ เหมือนกับเวลาซื้ออาหารสำเร็จรูปมากิน เราก็ยังอยากรู้ว่าในกล่องนั้นประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เพื่อประกอบการตัดสินใจ อาจจะหวานไปเค็มไปให้น้อยไปยังไง แต่สำหรับอุปกรณ์อย่างหูฟังเครื่องเสียง เมื่อเราดูคร่าวๆแล้วสุดท้ายสุดเราต้องใช้หูตัดสินครับ เป็นกระบวนการสุดท้ายที่ดีที่สุดครับ

tech specs
Tech Specs ตัวอย่างจาก 1MORE รุ่น Triple-Driver

เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปรู้จักกับ คำแรกกันเลยดีกว่า

1.Frequency Response
หรือย่านความถี่ สำหรับคนที่ต้องการเบสหนักๆ ดูค่าตัวแรกยิ่งน้อยยิ่งดีครับ อย่าง 13-20,000hz หรือถ้าต้องการความกว้าง ก็หาค่าตัวหลังให้เยอะๆ ส่วนที่เยอะๆก็ราว 20,000hz นี่แหละครับ
2.Impedance
เรียกว่าค่าความต้านทานครับ ใช้หน่วยเรียกเป็น Ohm (โอห์ม) ซึ่งค่านี้ถ้าเป็นผู้ฟังทั่วไปใช้และใช้กับมือถือ ก็ไม่ควรเกิน 80Ohm เพราะถ้ามันเยอะเกินไป เครื่องเล่นอย่างมือถือหรือเพลเยอร์ทั่วที่ไม่มี แอมป์ช่วย อาจจะขับไม่ไหวเพราะกำลังไฟทำให้เสียงมันเบาและรายละเอียดมันหาย แต่ถ้าท่านจะพ่วงชุดแอมป์แยก ซึ่งเพิ่มกำลังขับให้กับหูฟัง พวกหูฟังที่มี Ohm สูงๆจะให้รายละเอียดเสียงที่ดีกว่ากันมากครับ
3.Sensitivity
เรียกว่าค่าความดัง (@1 kHz) ยิ่งค่านี้เยอะหูฟังก็จะดังเยอะตาม เหมือนคอมเราปรับระดับ1แต่ได้เสียงที่ดังกว่าปกติ มันเป็นการตอบสนองทาง Driver หูฟัง ยิ่งตอบไวพลังเสียงก็หนักขึ้นครับ
4. Driver 
ตัวนี้จะมีบอกสองแบบคือ

1.1 ขนาด ก็คือขนาดของตัวปล่อยเสียง Driver

1.2 ประเภท Driver

ในส่วนของประเภทหรือประเภท Driver จะบอกว่านี่คือดอกลำโพงก็ไม่ผิดแต่ลักษณะมันก็ไม่ใช่เป็นดอกซะทั้งหมด บอกว่านี่เป็นเรื่องของเทคโนโลยี ที่จับยัดใส่หูฟังน่าจะเข้าใจกว่า ซึ่งประเภทของ Driver มีหลักๆดังนี้

4.1 DYNAMIC ซึ่งหูฟังทุกวันนี้มี DYNAMIC Driver เป็นพื้นฐานส่วนมาก เพราะเป็น Driver ตัวเดียวที่ช่วยควบคุมปล่อยเสียงทุกย่านให้มีคุณภาพ

 DYNAMIC
DYNAMIC

4.2 Balanced Armature (ฺBA) เป็น Driver ขนาดเล็ก มีความสามารถคล้ายๆ Dynamic แต่เจ้าตัวนี้สามารถใส่ได้เยอะ ตั้งแต่ 1ตัว-10ตัว และคุณสมบัติในการแยกย่านเสียงในย่านเฉพาะเช่น ตัวแรกทำหน้าที่ควบคุมเสียงย่าน สูง ตัวสองกลาง ตัวสามต่ำ ซึ่งถ้า Dynamic มันจะดูแลทั้งหมดแล้วปล่อยมาทีเดียว นั่นหมายความว่าถ้ามี BA เยอะการแยกย่านเสียงก็จะมีดีเทลที่ดีขึ้น หรือจะบอกว่ามันจัดการเฉพาะทางของตัวนั้นๆดีกว่า แต่ส่วนใหญ่มันจะอยู่กับหูฟังแบบ IEM หรือ หูฟังแบบMonitor ที่ต้องการความถูกต้องแม่นยำของเสียงเสียมากกว่า

Balanced Armature
Balanced Armature

4.3 Electrostatic เป็น Driver ที่มีการทำงานแตกต่างจากตัวอื่นคือ ไม่มีแม่เหล็กในการทำงานร่วม แต่สร้างสนามแม่เหล็กผ่านกระแสไฟฟ้า ไปยัง Grid และ Diaphragm เมื่อไฟฟ้าสลับขั้น ก็จะเหนี่ยวนำทำให้เกิดการสั่นไปที่ Diaphragm ทำให้เกิดเสียงเพราะงั้นหูฟังประเถทนี้จำเป็นต้อง มี Amp ช่วยในการขับซึ่งแต่ก่อนจะอยู่ในหูฟังขนาดใหญ่แต่ทุกวันนี้แบบ Inear ก็มีแล้ว

Electrostatic Driver
Electrostatic Driver
Shure KSE1500
Shure KSE1500 Electrostatic Earphone
ราคาเบาๆ เพียง 1xx,xxx.-

4.4 Plana Magnatic

ตัวนี้เหมือน ลูกผสมระหว่าง DYNAMIC+Electrostatic ซึ่งใช้หลักการการเหนี่ยวนำไฟฟ้าให้เกิดการสั่นเหมือน Electrostatic  ซึ่งแต่ก่อน Driver ชนิดนี้จะมีขนาดใหญ่น้ำหนักเยอะและแน่นอนต้องการ Amp ช่วยขับ แต่ทุกวันนี้เทคโนโลยีทำให้เจ้า Plana Magnatic มีขนาดเล็กจนสามารถอยู่ใน Inear ได้แล้ว ซึ่งข้อดีก็คือรายละเอียดของเสียงที่ครบถ้วนใกล้เคียงต้นฉบับ

Plana Magnatic
Plana Magnatic

4.5 HYBRID สุดท้าย
เจ้าตัวนี้เรียกว่าคือการเอาตัว DYNAMIC+ Balanced Armature เป็น 2in1 ก็ต้องบอกสั้นๆเลยมันยอดมาก เพราะทุกย่านเสียงจะชัดเจนขึ้นหมดทำให้เราได้ยินรายละเอียดต่างๆได้ครบถ้วน

HYBRID Driver
HYBRID Driver

Distortion : ค่าความเพี้ยนจากเสียง ค่านี้จำง่ายๆครับ ขอเน้นว่าอย่าเกิน 0.05% หรือจะเรียกว่าเสียงมา 100ได้99.95 นั่นคือความคลาดเคลื่อนที่ต่ำแบบดีครับ ค่านี้อาจจะไม่ได้บอกทุกกล่องส่วนใหญ่จะอยู่กับหูฟังที่ดีหรือแพงในระดับนึง

Input Power Max : เสียงที่สามารถรับได้สูงสุด ถ้าต่อกับมือถือหูฟังก็ไม่น่ากลัวครับ ยกเว้นนำไปต่อชุดเครื่องเสียงใหญ่ๆถ้ามันเกิดกำลังหูฟังเราก็ลาโลก
Connection Type : ชนิดของสาย
Approximate weight : น้ำหนักโดยประมาณของหูฟัง

ซึ่งนี่ถือเป็นส่วนหลักคร่าวๆโดยประมาณ บางกล่องบางยี่ห้ออาจจะมีคำศัพท์ที่แตกต่างกันไปนิดหน่อยหรือมี ค่าต่างๆที่เพิ่มเติมมาเล็กน้อยก็น่าจะพอเป็นแนวทางให้ท่านๆพอเข้าใจถึงการเลือกดูเลือกซื้อเพื่อก่อนประกอบการตัดสินใจซื้อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

“เรื่องเสียงไม่มีผิดไม่มีถูก”

“การเลือกหูฟังกับไลฟ์สไตล์”

“ภัยร้ายจากหูฟังที่หลายคนมองข้าม”

Facebook Comments
OMU News

OMU News

Add comment

Follow us

ติดตามข่าวสารอัพเดทจากช่องทางอื่นๆของ OMU ได้ตามนี้

Most popular

Most discussed