OMU News
โอ๊ต ปราโมทย์

โอ๊ต ปราโมทย์ นักร้องปากหมา ลามก นรกจกเปรต ที่คนรัก

โอ๊ต ปราโมทย์

โอ๊ต ปราโมทย์ พอเราได้ยินชื่อนี้แทนที่เราจะนึกถึงศิลปินนักร้องเสียงดีมีคุณภาพ แต่อีกภาพที่ซ้อนมาติดๆแบบสลัดความคิดไม่หลุดคือความกวนทีน ปากหมา ลามก ทุกสิ่งทุกอย่างที่หล่อหลอมให้ โอ๊ต ปราโมทย์ กลายเป็นศิลปินนักร้องที่มีความเอนเตอร์เทน และเป็นที่รักใคร่ของหลายๆคน ถึงแม้จะมีฝีปากที่พร้อมจะเฉือดเฉือนทุกคนก็ตาม

คุณแม่ดุ และเข้มงวดมากก!!
เห็นแบบนี้ โอ๊ต ปราโมทย์ ถูกเลี้ยงดูมาแบบชนิดที่ว่า พูดไปจะหาว่าอำ แต่โอ๊ต ปราโมทย์ ถูกเลี้ยงมาแบบเข้มงวดจริงๆ โอ๊ตบอกถ้าให้ระดับความดุของแม่คือ เวเวล10 และโอ๊ตบอกอีกว่าผมเคยโดนแม่ตีมาแล้วทุกรูปแบบตั้งแต่ เข็มขัด ดาบ กระบี่กระบอง ไม้มะยม ก้านเชอรี่(หัวเราะ) อะไรใกล้ตัวน่าจะโดนหมด เหตุผลที่คุณแม่ดุ น่าจะเพราะผู้หญิงคนเดียวที่ต้องเลี้ยงลูก 4คนจึงจำเป็นจะต้องคุมให้อยู่
 

 
โอ๊ต ปราโมทย์ ไม่เคยแตะต้องบุหรี่ซักตัวเดียวในชีวิต
อันนี้ก็เหมือนพูดอำอีกแล้ว เพราะเชื่อไหมทุกคนเห็นหน้าผมก็ยื่นบุหรี่ให้ทันที ใครจะเชื่อว่า โอ๊ต ไม่แตะต้องเลย
โอ๊ตะบอกเอาจริงๆ สำหรับผมแค่เหล้าก็จะตายห่าแล้ว(หัวเราะ) สาเหตุหลักๆก็มาจากช่วงชีวิตวัยเด็ก มีวันนึงคุณแม่ได้เข้าห้องไปเจอซองบุหรี่ ซึ่งน่าจะเพราะเขาไปจัดเก็บห้อง แต่ปัญหามันไม่ใช่บุหรี่ของผม แต่เป็นของญาติที่มานอนแล้ววางทิ้งไว้ วันนั้น โอ๊ตบอกผมกลับบ้าน เห็นเสื้อผ้าข้าวของผมมากองอยู่หน้าบ้านแต่ก็คิดว่าสงสัยเอาออกมาตากแดดมั้งแต่ว่าทำไมเยอะจัง พอเดินเข้าบ้านเท่านั้น คุณแม่ก็พุ่งมาตีแบบไม่ฟังเหตุผลซักคำ ทำให้โอ๊ตตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปนอนบ้านเพื่อน แล้วอีกวันคุณแม่ก็โทรหาให้กลับมานั่งคุยแบบลูกผู้ชาย ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้น ก็ทำให้โอ๊ตสัญญากับแม่และตัวเองจะไม่ข้องแวะบุหรี่อีกเลย
แต่ถ้าถามว่าถ้าเหตุการนี้ไม่เกิด โอ๊ตมีโอกาสสูบบุหรี่ไหม เจ้าตัวตอบน่าจะไม่รอดเพราะเพื่อนๆสูบหมด

ตอนเด็กโอ๊ตเป็นคนขี้อายมาก แม้แต่ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่เวลาเจอสาวที่ปลื้ม

ความเกเรของ โอ๊ต ปราโมทย์ในวัยรุ่น
เห็นแบบนี้ เด็กชายปราโมทย์ เคยเป็นเด็กที่เคยเรียนดีมาก่อน ชนิดที่ว่าเกรดไม่เคยต่ำกว่า3 จนโอ๊ตบอกสมัยนั้นของเล่นเยอะมาก
เพราะถ้าเรียนดีคุณแม่จะซื้อของให้ แต่พอเริ่มเข้า ม.ต้น ก็เริ่มเกเรไม่เรียน มีชกต่อยกับเพื่อน จากเกรดไม่เคยต่ำกว่า 3 กลายเป็นเหลือสูงสุด 2.8 และต่ำสุดคือ 0.97 (โอ๊ตบอกตอนเพื่อนๆเขาจะเรียนจบกัน ผมยังนั่งตัดสติ๊กเกอร์แปะประตูห้องน้ำอยู่เลย)

Young and Dangerous
กู๋หว่าไจ๋

วีรกรรมชกต่อยครั้งแรกของโอ๊ต

มันเกิดขึ้นตอน ม.3 ระหว่างที่ยืนปัสสาวะ แล้วโชว์ของลับให้กัน โชว์ไปโชว์มานัดต่อยกันเฉย ตอนนั้นแต่ละฝ่ายพาพวกมาเป็นสิบ แต่ก็ออกมาต่อยตัวต่อตัว โอ๊ต บอกตอนนั้นรู้สึกเท่มากเหมือนหนัง กู๋หว่าไจ๋ (Young and Dangerous)

โอ๊ตเป็นคนติดเพื่อน?
ผมเป็นคนที่ติดเพื่อนมากก ปกติจะมีเพื่อนมานอนบ้านตลอดเพราะบ้านผมอยู่ห่างจากโรงเรียนเดินแค่ 5นาทีก็ถึง โชคดีคุณแม่ไม่เคยว่า เพราะดีกว่าผมไปนอนที่อื่น(มันไกลหูไกลตาเขา) ซึ่งหลังเลิกเรียนเพื่อนๆก็จะมานั่งเล่นเกม วินนิ่งกันเป็นกิจวัตร มีวันนึง เพื่อนมานอนแล้วขี้เกียจซักเสื้อ มันก็เอาเสื้อใหม่ของผมไปใส่ โดยที่ทุกคนมีชื่อเดียวกันที่อกเสื้อว่า ปราโมทย์

โอ๊ตเป็นคนติดเกม?

เกมคือกิจกรรมที่ผมหลงรักที่สุดเป็นสิ่งเสพติดของผม เอาง่ายๆถ้ามีเวลาเพียงเล็กน้อยจากงานขอกระโดดไปกดเปิดเครื่องซักหน่อยก็มีความสุขแล้ว

โอ๊ตเป็นเด็กกิจกรรมตัวยง?
โอ๊ตบอกผมชอบทำกิจกรรมมาก แสดงละคร เล่นดนตรี ประธานสี นักกีฬาโรงเรียน มีอะไรเอาหมด เพราะเรามีเพื่อนเยอะ และยิ่งทำเราก็ยิ่งมีเพื่อนเราก็ยิ่งสนุก จนบอกได้ว่า (โอ๊ตทำทุกอย่างยกเว้นเรียนหนังสือ!)
คุณแม่มีส่วนที่ทำให้ โอ๊ตตัดสินใจเดินเส้นทางนักร้องอย่างจริงจังรึเปล่า?
โอ๊ตบอกเปล่าเลย สิ่งที่ทำคือมาจากความชอบส่วนตัวล้วนๆ คุณแม่ไม่สนับสนุนแต่ก็ไม่ห้าม โอ๊ตบอกอีกว่าคุณแม่ไม่เคยไปดูผมประกวดร้องเพลงเลยซักครั้ง จนกระทั้งผมอายุ23 เวทีประกวดดนตรีแจ๊ซ 98.5 Breeze FM-UBC Jazz Challenge 2006 ซึ่งตอนนั้นผมอยู่วง RSCM BAND ได้ขึ้นไปรับถ้วยแล้วจังหวะเหลือบหันมาเห็นคุณแม่นั่งร้องไห้ หลังจากนั้นคุณแม่ก็ไม่เคยว่าเรื่องการร้องเพลงอีกเลย

จุดโชคดีที่สามารถเดินบนเส้นทางดนตรี
จริงๆจุดโชคดีที่ทำให้เราสามารถเล่นดนตรีเป็นนักร้องแบบนี้ได้ เพราะมีพี่ๆของเรามาซัพพอร์ตแทน เพราะคุณแม่ของผมมีธุรกิจส่วนตัวเยอะ และก็ได้พี่ๆเข้าไปช่วยงานในส่วนนั้นพอดี ถ้าไม่มีพี่ๆผมก็คงไม่ได้เล่นดนตรีและช่วยเหลือธุรกิจทางบ้าน แทนจะเป็นนักร้องแบบทุกวันนี้ สำหรับผมแล้วไม่ชอบอะไรที่ถูกบังคับ คุณแม่ส่งไปเรียนต่างประเทศก็หนีกลับ สุดท้ายก็มาอยู่กับสิ่งที่ตัวเองเลือกและได้ทำมันอย่างจริงจัง

ชีวิตช่วงที่เกรเรให้อะไรกับเรา
โอ๊ตบอก อย่างน้อยผมบอกกับตัวเองได้ว่า มึงเก่งมากแล้วที่รอดมาได้ โตมาโดยไม่แตะบุหรี่ ส่วนเรื่องไม่ดีทั้งหมดที่ผมทำช่วงนั้นผมกลับมาคิดบวก เผื่อวันนึงผมมีลูกผมก็สามารถพูดกับเขาได้เต็มปากว่าเราผ่านมาทุกจุด และรู้จักปรับตัวกับสังคมทุกแบบ ตั้งแต่ จน กลาง รวย ผมอยู่ได้หมดเพราะเราผ่านมาหมดและที่สำคัญเราวางตัวเป็น เห็นอย่างงี้โอ๊ตเป็นคนมีสัมมาคาราวะมากพูดครับกับคุณพ่อคุณแม่ผู้ใหญ่ทุกคำ ก็เนื่องมาจากการสอนอันเข้มงวด แต่ส่วนพาร์ทเวลาเราอยู่กับเพื่อนเราก็เป็นอีกตัวตนนึงซึ่งมันทำให้ชีวิตมันบาลานซ์นะผมคิดว่าไม่สุดโต่งเกินไป

โอเวอร์ไซส์ทลายพุง

นอกจากบุหรี่แล้วมีอะไรที่สัญญาไว้กับตัวเองอีก
โอ๊ตบอกผมสัญญาว่าจะทำทุกอย่างที่ตัวเองทำได้ให้ดีที่สุดเสมอ ทุกเรื่องการรับผิดชอบ และผมก็อยากรู้ว่ามนุษย์คนนึงจะมีขีดจำกัดในการทำงานขนาดไหนผมก็พยายามทำเต็มที่ ตั้งแต่พระเอกหนัง จัดรายการวิทยุ พิธีกร นักร้อง และอื่นๆอีกมากมาย
อย่าถามว่าเหนื่อไหมมันเหนื่อยมาก แต่มันก็ได้พิสูจน์ตัวเอง
โอ๊ตบอกว่าโชคดีที่ผมเป็นคนที่รักษาสัญญากับตัวเอง และด้วยนิสัยที่ทำอะไรสุด ถ้าผมได้ลองยาเสพติดนะ รับรองมีติดตัวตลอดแน่ๆ และบวกกับเป็นคนมีเพื่อนเยอะมากป่านนี้คงคอยป้อนยาให้เพื่อน คงกลายเป็นเอเจนต์ไปแล้วป่านนี้
ก็พูดได้ว่าการที่เราเคารพตัวเองคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต

บทสรุปของโอ๊ต ปราโมทย์ คือการที่เขาเป็นคนมีไหวพริบ มีความตลก เอนเตอร์เทน ที่ผสมอยู่ในการแสดงหรือทุกสิ่งอย่างที่เขาทำมันถ่ายทอดความเป็นตัวเอง การที่เป็นคนตลกปากร้าย แต่ก็มีกาละเทศะ บวกกับความรับผิดชอบต่อตัวเองและงานที่สูงทำให้โอ๊ตปรา โมทย์เป็นที่รักใคร่ของทุกๆคน ไม่ว่าจะในด้านเพื่อน ด้านการทำงาน เรียกว่าเป็นบุคคลน่าเอาแบบอย่าง(อย่างไหนต้องเลือกดีๆนะครับ ฮ่าๆ)

สำหรับใครที่มีบัตรก็ใกล้แล้วกับ OAT PRAMOTE SHOW THE UNCENSORED 1-2ก.ย.นี้

oat-pramote-show-the-uncensored
แต่สำหรับคนที่ยังไม่ซื้อต้องบอกว่าบัตรหมดเรียบร้อยแล้วแจ้

ที่มารูป

Facebook Comments
OMU News

OMU News

Add comment

Follow us

ติดตามข่าวสารอัพเดทจากช่องทางอื่นๆของ OMU ได้ตามนี้

Most popular

Most discussed